<%@LANGUAGE="VBSCRIPT" CODEPAGE="874"%> <% Response.Expires = 0 %> <% Response.Buffer = True %> กรมยุทธศึกษาทหารบก :: สร้างสมรรถนะในการฝึก สร้างจิตสำนึกในการศึกษา

   

 
 
                 กรมยุทธศึกษาทหารบก   เป็นหน่วยส่วนการศึกษาที่สำคัญยิ่งหน่วยหนึ่งในกองทัพบก ซึ่งถือกำเนิดมาช้านาน และได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย ประวัติความเป็นมาของกรมยุทธศึกษาทหารบก กล่าวโดยสรุป แบ่งเป็น ๓ ตอน ดังนี้

             เมื่อแรกที่จัดตั้ง "กรมยุทธนาธิการ" หน้าที่ความรับผิดชอบของกรมนี้ มุ่งเน้นไปทางด้านกิจการทหาร ซึ่งจะต้องมีภารกิจในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางการทหารมาก และยังต้องปรับปรุงหน่วยงานอีกหลายด้านด้วยกัน การที่จะให้รับภาระในเรื่องการศึกษาของนักเรียนทหาร อาจเป็นเหตุให้การดำเนินงานไม่ได้ผลเท่าที่ควรดังนั้นในปี พ.ศ.๒๔๓๘ พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง กรมยุทธศึกษา เพื่อมีหน้าที่จัดการศึกษาของนักเรียนนายทหารบกโดยเฉพาะ ให้ พ.อ.พระสารสาสน์พลขันธ์ เมื่อยังเป็น  ร.อ.เยรินีฯ  รับหน้าที่อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนทหารสราญรมย์ด้วย กรมยุทธศึกษา ในสมัยนั้นขึ้นตรงต่อ กรมยุทธนาธิการ มีที่ตั้งที่วังสราญรมย์

             พ.ศ.๒๔๔๑ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "กรมเสนาธิการ" ขึ้นอีกกรมหนึ่ง โดยขึ้นตรงต่อกรมยุทธนาธิการ กับได้โอนกรมยุทธศึกษาไปขึ้นตรงต่อกรมเสนาธิการ และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนทหารสราญรมย์ เป็น โรงเรียนสอนวิชาทหารบก ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนนามเป็น โรงเรียนนายร้อยทหารบก และแยกเป็น โรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม และ ชั้นปฐม
             กรมยุทธศึกษา ในสมัยแรกนั้น มีหน้าที่เฉพาะในเรื่องการจัดการศึกษาของนักเรียนนายร้อย หาได้มีอำนาจในการปกครองบังคับบัญชาไม่ การบังคับบัญชาโรงเรียนนายร้อยขึ้นอยู่กับ "กองบัญชาการโรงเรียนทหารบก"
             พ.ศ.๒๔๕๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยุบ "กองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยทหารบก"  แล้วรวมการบังคับบัญชามาขึ้นกับ กรมยุทธศึกษา และโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกยากเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมขุนพิษณุโลกประชานารถ ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก และรั้งตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาด้วย

             พ.ศ.๒๔๕๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนาม กรมยุทธศึกษา เป็น กรมยุทธศึกษาทหารบก ตั้งแต่ ๒๕ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๗

             เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติลง กระทรวงกลาโหม จึงได้จัดอัตรากองทัพบกใหม่ ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับทหารว่างด้วย การกำหนดกำลังเจ้าหน้าที่กองทัพบกในเวลาปกติ ๘๙  โดยมีการยุบและจัดตั้งหน่วยใหม่ขึ้นตามอัตรากองทัพบก ๘๙ ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๔๘๙ ซึ่งกรมยุทธศึกษาทหารบกได้มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
  • เปลี่ยนนาม "กรมยุทธศึกษาทหารบก"  เป็น "โรงเรียนนายร้อยทหารบก"  ให้ขึ้นตรงต่อกองทัพบก
  • เปลี่ยนตำแหน่ง "เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก"  เป็น "ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยทหารบก"
  • ส่วนกรมยุทธศึกษาทหารบกเดิมนั้น คงทำหน้าที่อำนวยการศึกษาให้แก่นักเรียนนายทหารต่อไป โดยเปลี่ยนนามเป็น กรมจเรทหารบก

            กิจการในด้านการฝึกและการศึกษาในสมัยก่อนยังไม่เจริญก้าวหน้าเช่นในปัจจุบัน เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ยุติลงแล้ว โรงเรียนนายร้อยทหารบกได้เปลี่ยนหลักสูตรและเปิดการศึกษาตามแบบโรงเรียนนายร้อย West Point ของสหรัฐอเมริกา และได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งขึ้นตรงต่อกองทัพบก ต่อมาภายหลังเมื่อกองทัพบกได้เปิดการศึกษาและการฝึกให้นายทหาร นายสิบ และหน่วยทหารขึ้นตามแบบใหม่ ภารกิจอันนี้จึงขึ้นอยู่กับกรมจเรทหารบก

กรมจเรทหารบก มี "เจ้ากรมจเรทหารบก"  ปกครองบังคับบัญชา และขึ้นตรงต่อกองทัพบก โดยมีการจัดหน่วยดังนี้
  • กองบังคับการกรมจเรทหารบก
    แผนกที่ ๑ กรมจเรทหารบก (จร.๑) มีหน้าที่เกี่ยวกับการฝึกของหน่วยทหาร
    แผนกที่ ๒ กรมจเรทหารบก (จร.๒) มีหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษาของโรงเรียนทหาร
    แผนกที่ ๓ กรมจเรทหารบก (จร.๓) มีหน้าที่เกี่ยวกับกำลังพล
เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ ประเทศไทยได้ทำสัญญาร่วมมือข่วยเหลือทางการทหารกับสหรัฐอเมริกา และสหรัฐอเมริกาได้ส่งอาวุธมาให้แก่กองทัพบกไทย จึงจำเป็นที่กองทัพบกไทยจะต้องให้การศึกษาและการฝึกแก่ผู้บังคับบัญชาและหน่วยทหารที่ได้รับอาวุธใหม่ ให้สามารถใช้อาวุธเหล่านั้นได้คล่องแคล่ว โดยเปิดการศึกษาในทางยุทธวิธีและเทคนิคตามแบบของกองทัพบกอเมริกา ตลอดจนเปิดหลักสูตรการซ่อมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าว จึงจำเป็นต้องขยายกิจการของกรมจเรทหารบกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จนสามารถประสานกับการปฏิบัติของหน่วยที่ปรึกษาช่วยเหลือทางการทหารสหรัฐประจำประเทศไทยได้
นอกจากนั้นกองทัพบกได้พิจารณาเห็นว่า การเรียกนามหน่วยนี้ว่า กรมจเรทหารบก น่าจะไม่เหมาะแก่กาลสมัยและไม่เหมาะสมกับที่จะเป็นหน่วยอำนวยการในเรื่องการศึกษาและการฝึก จึงได้เปลี่ยนนามหน่วยนี้เสียใหม่ ซึ่งเป็นชื่อเรียกกันมาจนบัดนี้ว่า "กรมยุทธศึกษาทหารบก"  (Army Field Forces) เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๙๕  มีหน้าที่อำนวยการในเรื่องการฝึกของหน่วยทหารทั่วทั้งกองทัพบก และอำนวยการศึกษาแก่โรงเรียนทหารบกทุกโรงเรียน เว้นโรงเรียนเสนาธิการทหารบกและโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ เท่านั้น
เนื่องจากหน่วยนี้เป็นหน่วยที่ขยายกิจการใหม่ สถาบันที่อันเป็นที่ตั้งสำนักงานที่แน่นอนยังไม่มี ต้องย้ายที่ตั้งสำนักงานหลายแห่ง ดังนี้
  • พ.ศ.๒๔๙๕ - ๒๔๙๗  สำนักงานตั้งอยู่ในบริกวณกรมทหารสื่อสาร บางซื่อ
  • พ.ศ.๒๔๙๗ - ๒๔๙๘  สำนักงานตั้งอยู่ที่ถนนเศรษฐศิริ เขตดุสิต (กรมทหารม้าเดิม)
  • พ.ศ.๒๔๙๘  ย้ายไปตั้งชั่วคราว  ณ โรงเรียนทหารม้าเดิม
  • พ.ศ.๒๔๙๙  สร้างอาคารกรมยุทธศึกษาทหารบกขึ้นมาใหม่ บริเวณโรงเรียนทหารม้าเดิม เมื่ออาคารเสร็จถาวรแล้ว จึงได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่ตัวอาคารใหม่ ซึ่งเป็นสำนักงานถาวรมาถึงปัจจุบัน
จากผลการปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อจากกรมจเรทหารบกมาเป็น กรมยุทธศึกษาทหารบก ทำให้กรมยุทธศึกษาทหารบกมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นไปอีก กล่าวคือ ได้มีตำแหน่งสูงเพิ่มขึ้นอีก กิจการต่างๆ ก็ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงภารกิจและหน้าที่ของหน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารบกให้เหมาะสมแก่กาลสมัย โดยเปลี่ยนชื่อใหม่คือ
  • กรมทหารราบ         เปลี่ยนเป็น   ศูนย์การทหารราบ
  • กรมทหารม้า           เปลี่ยนเป็น   ศูนย์การทหารม้า
  • กรมทหารปืนใหญ่    เปลี่ยนเป็น   ศูนย์การทหารปืนใหญ่
"กองอนุศาสนาจารย์"  มีกำเนิดตั้งแต่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๒ ตามคำสั่งทหารบกที่ ๕๘/๔๐๙๗  ลง  ๒๗ พ.ค.๒๔๖๒ เมื่อแรกตั้งสังกัดอยู่กับกรมตำราทหารบก ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๖๙ ได้โอนมาสังกัดกรมยุทธศึกษา อัตราการจัดเป็น "แผนกอนุศาสนาจารย์"  ครั้นถึงปี พ.ศ.๒๔๘๘  แผนกอนุศาสนาจารย์ถูกยุบไปพร้อมกับการที่กรมยุทธศึกษาเปลี่ยนเป็น "โรงเรียนนายร้อยทหารบก"  และภายหลังได้กลับมาสังกัดกรมยุทธศึกษาทหารบกอีครั้งหนึ่ง ตามคำสั่ง ทบ.ที่ ๒๔๗/๒๔๖๓๓  ลง  ๑ ธ.ค. ๒๔๙๙
ศูนย์ฝึกกำลังทดแทน"  ในปี พ.ศ.๒๔๙๙  กองทัพบกพิจารณาเห็นความจำเป็นที่จะต้องจัดหน่วยทหารขึ้นหน่วยหนึ่งเพื่อรับภารกิจการฝึกทหารในเบื้องต้นจาหน่วยกรมกอง ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในวงการกองทัพบกและวงการช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกาว่า การจัดการฝึกโดยวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้หน่วยกำลังรบมีสมรรถภาพในความพร้อมเพรียงอยู่เสมอ ทางราชการจึงได้อนุมัติให้จัดตั้ง "ศูนย์ฝึกกำลังทดแทน"  ในความอำนวยการของกรมยุทธศึกษาทหารบกขึ้นที่ "ปราณบุรี"  ตั้งแต่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๙  ดังนั้น กรมยุทธศึกษาทหารบกจึงมีหน่วยขึ้นตรงเพิ่มขึ้นอีกหน่วยหนึ่ง
หน่วยขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารบกอีกหน่วยหนึ่งคือ "ศูนย์ดำเนินกรรมวิธีทหารไปรบนอกประเทศ" (ศกน.)  ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นตามคำสั่ง กห (เฉพาะ) ที่ ๑๖/๑๒  เรื่อง แก้ไขอัตรากองทัพบก ๒๕๐๖  (ครั้งที่ ๑๕) ลง ๑๔ ก.พ.๑๒ ตั้งแต่ ๓๐ เม.ย.๑๑ และ คำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ ๓๐/๑๒  ลง ๓๐ ส.ค.๑๒ เรื่อง แก้อัตรากองทัพบก ๒๕๐๖ ศกน. มีหน้าที่ดำเนินการในเรื่องการเตรียมการฝึก การบริการกำลังพล การส่งกำลังพลไปรบนอกประเทศ รวมทั้งดำเนินกิจการในเรื่อง สิทธิ ผลประโยชน์ ของกำลังพลและอื่นๆ นับแต่เริ่มต้น จนกระทั่งเดินทางกลับถึงประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๑๕ กองทัพบกมีคำสั่ง ทบ. (เฉพาะ) ที่ ๑๑๖/๑๕  เรื่อง การจัดตั้งจังหวัดทหารบกราชบุรี (ส่วนแยกกาญจนบุรี) และแปรสภาพศูนย์ดำเนินกรรมวิธีทหารไปรบนอกประเทศบางส่วน ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๑๕ จากคำสั่งกองทัพบกฉบับนี้ กรมยุทธศึกษาทหารบกจึงได้มอบหมายจาก ศกน.ที่แปรสภาพมาดำเนินการต่อไป ตั้งแต่ ๑ พ.ค.๑๖ และได้ย้ายสำนักงาน ศกน. จากค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาตั้งอยู่ภายในกรมยุทธศึกษาทหารบกจนถึงปัจจุบัน ศกน.คงมีภารกิจต่อเนื่องที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิกำลังพลดังนี้คือ
บริการสิทธิกำลังพลของ พล.อสส. อันควรมีควรได้
ถอนเงินสะสมจ่ายคืนให้กับกำลังพล อสส.ที่ทางราชการนำฝากไว้
ติดต่อประสานงานกับส่วนราชการหน่วยงานอื่นๆ เพื่อสิทธิกำลังพล
ตรวจสอบ แก้ไข หลักฐานต่างๆ ให้ถูกต้อง
เก็บรักษาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับสิทธิกำลังพล พล.อสส.
โรงเรียนนายสิบทหารบก"  กองทัพบกได้มอบให้กรมยุทธศึกษาทหารบกเป็นหน่วยบังคับบัญชาโรงเรียนนายสิบทหารบก ตามคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ ๓๐๖/๐๙ และให้มีที่ตั้งปกติที่ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ขั้นเริ่มต้นให้จัดตั้งชั่วคราวที่ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี
หลังจากที่ได้งบประมาณประจำปี ๒๕๑๐ มาแล้ว เนื่องจาก ศูนย์การทหารราบ (ศร.) ต้องเคลื่อนย้ายจากค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี ไปเข้าที่ตั้ง ณ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กองทัพบกได้ออกคำสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ที่ ๔๕๔/๑๑ ลง ๒๑ มิถุนายน ๒๕๑๑ เรื่อง ให้เคลื่อนย้าย รร.นส.ทบ.ไปเข้าที่ตั้ง ณ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี เมื่อเคลื่อนย้ายเข้าที่ตั้งปกติเสร็จแล้ว ให้ ยก.ทบ.ดำเนินการมอบการบังคับบัญชา รร.นส.ทบ.ให้กับ ศร. กรมยุทธศึกษาทหารบก จึงได้ออกคำสั่ง ยศ.ทบ.ที่ ๑๒๒/๒๕๑๑ เรื่อง มอบการบังคับบัญชา รร.นส.ทบ.ให้กับ ศร. ลง ๒๑ สิงหาคม ๒๕๑๑
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๕ เรียกนามหน่วย กรมยุทธศึกษาทหารบก ในภาษาอังกฤษว่า "Army Filed Forces" จนถึงปี พ.ศ.๒๕๒๔ กรมยุทธศึกษาทหารบกขอเปลี่ยนนามภาษาอังกฤษเป็น "Army Training Command" เพื่อให้มีความหมายตรงตามภารกิจของหน่วย เนื่องจาก กรมยุทธศึกษาทหารบกนอกจากจะเป็นหน่วยการศึกษาแล้ว ยังเป็นหน่วยบังคับบัญชาหน่วยรอง คือ ศูนย์การทหารราบ, ศูนย์การทหารม้า, ศูนย์การทหารปืนใหญ่ และ โรงเรียนนายสิบทหารบก อีกด้วย
 

Copyright © 2007 The Army Training Command . All rights reserved.

กรมยุทธศึกษาทหารบก

41 ถนนเทอดดำริ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

อีเมล์ admin@atc-rta.com

โทร.02-241-4840 ทบ. 89105